Experience MedEx Seamless Care Delivery — 10% OFF on Your First Appointment - Use 'TRYMEDEX' Coupon Code on Checkout

location
0 - ฿0.00

No products in the cart.

location
0 - ฿0.00

No products in the cart.

0 - ฿0.00

No products in the cart.

สุขภาพทางเพศมีความสำคัญ

จองการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่น่าเชื่อถือ แม่นยำ และเป็นความลับในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศไทย

ท่านสามารถรับผลตรวจ HIV และ STI-14 PCR ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 3–5 ชั่วโมง

สามารถเข้ารับบริการโดยไม่ต้องนัดหมาย

Sexual Health Testing
14

เชื้อด้วยวิธี PCR

3-5 ชม.

รับผลตรวจรวดเร็ว

100%

ข้อมูลเป็นความลับ

Walk-in

ไม่ต้องนัดหมาย

FLEXIBILITY

เลือกตรวจที่บ้าน หรือคลินิก

เข้ารับบริการโดยไม่ต้องนัดหมายที่ MedEx Neo Clinic สุขุมวิท 13 หรือรับบริการที่บ้าน/โรงแรมภายใน 1–2 ชม. โดยบุคลากรทางการแพทย์มืออาชีพ

VIP TECHNOLOGY

ตรวจแม่นยำด้วยวิธี NAAT

ใช้วิธี RT-PCR และ MicroArray ครอบคลุม STI-14 PCR, HIV PCR, HPV PCR ทราบผลรวดเร็วทันใจ พร้อมปรึกษาแพทย์ได้ทันที

CONFIDENTIAL

ไม่ระบุตัวตนและบริการทั่วไทย

ให้บริการโดยไม่เปิดเผยตัวตน ครอบคลุม กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ และสมุย พร้อมส่งผลตรวจผ่านช่องทางส่วนตัวสูงสุด

ให้บริการด่วนทั่วประเทศไทย

เปิดให้บริการทุกวัน 08.00–22.00 น. เดินทางสะดวกหรือรับบริการที่บ้าน

จองการตรวจทันที

การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แบบเร่งด่วนในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศไทย

 ท่านสามารถเข้ารับบริการโดยไม่ต้องนัดหมายที่ MedEx, นัดหมายเข้ารับบริการที่เครือข่ายห้องปฏิบัติการ หรือให้บุคลากรทางการแพทย์ไปให้บริการเก็บตัวอย่างที่บ้านภายใน 1–2 ชั่วโมง

สำหรับการตรวจที่ครอบคลุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมดและเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น ขอแนะนำแพ็กเกจ Ultimate STD Tests ซึ่งรวมการตรวจ HIV RNA PCR (สามารถตรวจพบได้หลังการสัมผัสเชื้อเพียง 5–7 วัน) รวมถึงการตรวจด้วยวิธี PCR และการตรวจแอนติบอดี

Walk-ins and counter payments are available exclusively at our Bangkok clinic. For all other locations, prepayment and advance booking are required in line with network facility policies. Full test center details will be included in your confirmation email after booking.

แพ็กเกจการตรวจ
1.แพ็กเกจ Standard (1,799 บาท)

– HIV Ag/Ab Combo (รุ่นที่ 4) (เอชไอวี)
– HBsAg (ไวรัสตับอักเสบบี)
– HCV (ไวรัสตับอักเสบซี)
– VDRL/RPR (ซิฟิลิส)
2. แพ็กเกจ STI-14 (3,499 บาท)
– Chlamydia trachomatis (หนองในเทียม)
– Neisseria gonorrhoeae (หนองในแท้)
– Herpes simplex virus ชนิดที่ 1 (เริมชนิดที่ 1)
– Herpes simplex virus ชนิดที่ 2 (เริมชนิดที่ 2)
– Trichomonas vaginalis (พยาธิในช่องคลอด)
– Ureaplasma urealyticum (ยูเรียพลาสมา ยูรีอะไลติคัม)
– Ureaplasma parvum (ยูเรียพลาสมา พาร์วัม)
– Candida albicans (เชื้อราแคนดิดา)
– Gardnerella vaginalis (แบคทีเรียในช่องคลอด/ภาวะแบคทีเรียช่องคลอดผิดสมดุล)
– Mycoplasma hominis (ไมโคพลาสมา โฮมินิส)
– Mycoplasma genitalium (ไมโคพลาสมา เจนิทาเลียม)
– Treponema pallidum (ซิฟิลิส)
– Group B Streptococcus (สเตรปโตค็อกคัสกลุ่มบี)
– Haemophilus ducreyi (แผลริมอ่อน)
3.แพ็กเกจ Platinum (4,999 บาท)
– รวมการตรวจทั้งหมดในแพ็กเกจ Standard และ STI-14
– ยกเว้น VDRL/RPR (ซิฟิลิส)
– ไม่รวมในแพ็กเกจ เนื่องจากมีการตรวจซิฟิลิสด้วยวิธี PCR ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าอยู่แล้ว
4.แพ็กเกจ Diamond (7,499 บาท)
– รวมการตรวจทั้งหมดในแพ็กเกจ Platinum
– Human Papillomavirus (HPV) PCR (29 สายพันธุ์)
5.แพ็กเกจ Ultimate (12,999 บาท)
– รวมการตรวจทั้งหมดในแพ็กเกจ Diamond
– HIV RNA PCR (ช่วงตรวจพบ 5–7 วันหลังการสัมผัสเชื้อ)
– Herpes simplex virus (HSV) IgG/IgM
– VDRL/RPR (ซิฟิลิส)
บริการเพิ่มเติม
– แพ็กเกจ VIP Express (ทราบผลภายใน 3–5 ชั่วโมง) มีให้สำหรับทุกแพ็กเกจ โดยมีค่าบริการเพิ่มเติม เฉพาะในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากข้อจำกัดด้านการขนส่ง จึงไม่สามารถให้บริการผลด่วนในพื้นที่นอกกรุงเทพมหานครได้ และเป็นเหตุผลที่ราคานอกกรุงเทพมหานครสูงกว่าเล็กน้อย
– ค่าบริการตรวจที่บ้าน: เพิ่ม 750 บาท สำหรับการเก็บตัวอย่างที่บ้าน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับบุคคลอื่นที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน

ติดต่อทีมงาน MedEx

แพทย์และการรักษาตามความต้องการ

การปรึกษาแพทย์แบบด่วนทั้งแบบพบแพทย์โดยตรงและแบบออนไลน์

จะมีการจัดการดูแลทางการแพทย์ให้ทันที หากผลการตรวจของท่านเป็นบวก ท่านสามารถรับบริการปรึกษาแพทย์แบบได้ที่ MedEx Neo Clinic โดยมีค่าบริการเริ่มต้นเพียง 500 บาท ท่านยังสามารถเข้าถึงเครือข่ายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 3,000 รายในโรงพยาบาลในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI ผ่านบริการปรึกษาแพทย์ทางไกล นอกจากนี้ ยังมีบริการจัดส่งเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ด้านสุขภาพที่จำเป็นถึงบ้านของท่าน

Book-Now
Book-Now

บริการสนับสนุนห้องปฏิบัติการ MedEx

การตรวจ HIV, STI และ STD แบบเร่งด่วน

มาตรฐานทองคำของการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เรามุ่งมั่นในการให้บริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามมาตรฐานระดับสูงสุดแก่ผู้รับบริการของเรา เราใช้วิธีการตรวจที่มีความแม่นยำและเชื่อถือได้สูงสุด เพื่อให้สามารถตรวจพบการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ความมุ่งมั่นในคุณภาพการตรวจนี้ช่วยให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลที่มีคุณภาพสูงสุด และมีความมั่นใจในสุขภาพทางเพศของตนเอง

การสนับสนุนแบบตัวต่อตัวอย่างรวดเร็ว

ท่านสามารถติดต่อเราได้เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อนัดหมายการตรวจ หากมีคำถามหรือข้อกังวล ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือผ่านแชทหรือสายด่วน เราพร้อมช่วยให้ท่านสามารถดูแลสุขภาพทางเพศของตนเองได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ท่านสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

การตรวจหา HIV และ STD ในระยะเริ่มต้น

ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ผู้ที่สงสัยว่าอาจสัมผัสเชื้อ HIV เข้ารับการตรวจโดยเร็วที่สุด เรามีบริการตรวจ HIV ด้วยวิธี PCR ที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งสามารถตรวจพบเชื้อได้ภายใน 5–7 วันหลังการสัมผัสเชื้อ

การคัดกรองสุขภาพทางเพศ

แนะนำให้เข้ารับการตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้มั่นใจในสุขภาพของท่านและคู่ของท่าน การตรวจประจำปีถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรักษาสุขภาพ และการตรวจพบในระยะเริ่มต้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของครอบครัวและคู่ของคุณ

การป้องกันและการดูแลรักษา

ในกรณีที่ผลการตรวจ HIV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เป็นบวก ที่ปรึกษาของเราจะทำงานร่วมกับท่านเพื่อจัดทำแผนการสนับสนุนและการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของท่าน

ตรวจได้ทุกวันในเวลาที่คุณเลือก

การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่คลินิกหรือในสถานที่ที่ท่านต้องการ

เราเสนอการตรวจที่สะดวกสำหรับคุณ โดยทีมแพทย์สามารถไปให้บริการในสถานที่ที่ท่านต้องการ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน สำนักงาน หรือโรงแรม สำหรับการจองบริการนี้ จำเป็นต้องชำระเงินล่วงหน้า ทีมงานของเราจะเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ ทำให้กระบวนการตรวจเป็นไปอย่างรวดเร็ว

* ระยะเวลาทราบผลและราคาอาจแตกต่างกันไปตามสถานที่

การตรวจพบ STI ในระยะเริ่มต้น

คุณสามารถเข้ารับการตรวจได้เร็วเพียงใดหลังการสัมผัสเชื้อ

🦠

เชื้อก่อโรคชนิดแบคทีเรีย

ตกขาว, ปวดอุ้งเชิงกราน, หรือเป็นพาหะโดยไม่แสดงอาการ

เชื้อก่อโรค ระยะเวลาตรวจพบเร็วที่สุดหลังการสัมผัสเชื้อ หมายเหตุ
Chlamydia trachomatis (หนองในเทียม) 3–5 วัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย มักไม่มีอาการ
Neisseria gonorrhoeae (หนองในแท้) 2–6 วัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย มีตกขาวหรือหนอง
Gardnerella vaginalis (ภาวะแบคทีเรียช่องคลอดผิดสมดุล) 2–5 วัน เชื้อสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาวะแบคทีเรียช่องคลอดผิดสมดุล
Atopobium vaginae (เชื้อแบคทีเรียในภาวะแบคทีเรียช่องคลอดผิดสมดุล) 3–7 วัน เชื้อแบคทีเรียแบบไม่ใช้ออกซิเจนที่เกี่ยวข้องกับภาวะแบคทีเรียช่องคลอดผิดสมดุล
Group B Streptococcus (สเตรปโตค็อกคัสกลุ่มบี) 2–5 วัน เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ และอาจเป็นเชื้อพาหะ
Staphylococcus aureus (เชื้อสแตฟิโลคอคคัส ออเรียส) 1–3 วัน การติดเชื้อเฉพาะที่หรือเป็นเชื้อพาหะ
Escherichia coli (อีโคไล) 1–3 วัน เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือการเป็นเชื้อพาหะในช่องคลอด
Enterobacter cloacae (เอนเทอโรแบคเตอร์ คลออาคา) 1–3 วัน เชื้อฉวยโอกาส
Pseudomonas aeruginosa (ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา) 1–3 วัน เชื้อก่อโรคในอวัยวะสืบพันธุ์พบได้น้อย
Proteus mirabilis (โพรทีอุส มิราบิลิส) 1–3 วัน เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือกรวยไตอักเสบ
Enterococcus faecium (เอนเทอโรคอคคัส ฟีเซียม) 2–4 วัน เชื้อฉวยโอกาส/เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
Enterococcus faecalis (เอนเทอโรคอคคัส ฟีคาลิส) 2–4 วัน เป็นเชื้อประจำถิ่นในลำไส้และอวัยวะสืบพันธุ์
Klebsiella pneumoniae (คลีบซิเอลลา นิวโมเนียอี) 1–3 วัน เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือภาวะช่องคลอดเสียสมดุล
Bacteroides fragilis (แบคเทอรอยด์ส แฟรจิลิส) 2–4 วัน เกี่ยวข้องกับภาวะแบคทีเรียช่องคลอดผิดสมดุล
Haemophilus ducreyi (แผลริมอ่อน) 3–5 วัน ทำให้เกิดแผลริมอ่อน (พบไม่บ่อย)
Ureaplasma (ยูเรียพลาสมา) 1–2 สัปดาห์ มักเป็นเชื้อประจำถิ่น แต่ก่อโรคได้เมื่อมีปริมาณสูง
Mycoplasma (ไมโคพลาสมา) 1–2 สัปดาห์ เกี่ยวข้องกับท่อปัสสาวะอักเสบและปากมดลูกอักเสบ
Treponema pallidum (ซิฟิลิส) 1–2 สัปดาห์ การตรวจเลือด (serology) มีความไวสูงกว่า
🦠

เชื้อก่อโรคจากเชื้อรา

อาการคัน, ตกขาว, การติดเชื้อซ้ำบ่อย

เชื้อก่อโรค ระยะเวลาตรวจพบเร็วที่สุดหลังสัมผัสเชื้อ หมายเหตุ
Candida spp. (เชื้อราแคนดิดา ชนิดรวม) 2–3 วัน การตรวจคัดกรองเชื้อราทั่วไป
Candida albicans (เชื้อราแคนดิดา อัลบิแคนส์) 2–3 วัน สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการติดเชื้อยีสต์
Candida glabrata (เชื้อราแคนดิดา กลาบราตา) 2–3 วัน มักดื้อต่อยา, พบในผู้ที่ติดเชื้อซ้ำบ่อย
Candida krusei (เชื้อราแคนดิดา ครูเซอี) 2–3 วัน เชื้อดื้อต่อยาฟลูโคนาโซล
Candida tropicalis (เชื้อราแคนดิดา โทรพิคาลิส) 2–3 วัน พบน้อยกว่าแต่สามารถก่อโรคได้
Meyerozyma guilliermondii (ไมเอโรไซมา กิลเลียร์มอนดีไอ) 2–4 วัน เชื้อฉวยโอกาส, ความชุกเพิ่มขึ้น
Aspergillus spp. (เชื้อราแอสเพอร์จิลลัส ชนิดรวม) 2–7 วัน พบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
🦠

เชื้อก่อโรคจากไวรัส

แผล, แผลบริเวณอวัยวะเพศ, การสัมผัสเสี่ยงสูง

เชื้อก่อโรค ระยะเวลาตรวจพบเร็วที่สุดหลังสัมผัสเชื้อ หมายเหตุ
Herpes simplex virus 1 (เริมชนิดที่ 1) 3–5 วัน เริมช่องปากหรือเริมอวัยวะเพศ; การตรวจ PCR จากแผลให้ผลดีที่สุด
Herpes simplex virus 2 (เริมชนิดที่ 2) 3–5 วัน เริมอวัยวะเพศ
🦠

เชื้อก่อโรคจากปรสิต

ตกขาวเป็นฟอง, มีกลิ่น, ระคายเคือง

เชื้อก่อโรค ระยะเวลาตรวจพบเร็วที่สุดหลังสัมผัสเชื้อ หมายเหตุ
Trichomonas vaginalis (พยาธิทริโคโมแนส) 5–7 วัน โปรโตซัวที่เคลื่อนไหวได้; มีกลิ่นแรงและตกขาว
คู่มืออ้างอิงสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ระยะเวลาการตรวจพบหมายถึงระยะเวลาที่เร็วที่สุดที่สามารถตรวจพบด้วยวิธี PCR ได้ ภายใต้สภาวะที่เหมาะสมที่สุด

ส่งผลการตรวจทางอีเมล

รับผลตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างรวดเร็วในกล่องจดหมาย

รายงานผลจากห้องปฏิบัติการและใบรับรองทางการแพทย์ (หากมี) จะถูกส่งทางอีเมลทันทีเมื่อผลพร้อม หากต้องการเอกสารต้นฉบับ เรายังสามารถจัดส่งด้วยบริการจัดส่งด่วนโดยรถจักรยานยนต์

ไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัว

การตรวจแบบไม่เปิดเผยตัวตน

ไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวเพื่อเข้ารับการตรวจ ที่ MedEx เรามุ่งมั่นในการให้บริการตรวจคัดกรองสุขภาพทางเพศที่เชื่อถือได้ สะดวก และมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งมีให้บริการในโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ และคลินิก

เรามีบริการตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามมาตรฐานระดับสูง ด้วยเทคนิคที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA

เราเข้าใจว่าการเข้ารับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงรับประกันความเป็นส่วนตัวและการรักษาความลับของท่าน ผลการตรวจของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับ — เราจะไม่โทรศัพท์หรือส่งข้อความถึงท่าน

 

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิดไม่มีอาการ ดังนั้นท่านอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว วิธีเดียวที่จะทราบแน่ชัดคือการเข้ารับการตรวจ การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นขั้นตอนที่รวดเร็ว ง่าย และเป็นความลับ และด้วยการสั่งตรวจออนไลน์ที่สะดวก ท่านสามารถเข้ารับการตรวจได้จากความเป็นส่วนตัวในบ้านของท่านเอง

หากผลการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นบวก ที่ปรึกษาของเราจะทำงานร่วมกับท่านเพื่อจัดทำแผนการสนับสนุนที่เหมาะสมกับท่าน เราเข้าใจว่าการได้รับผลตรวจเป็นบวกอาจทำให้รู้สึกหนักใจ และเราพร้อมให้ความช่วยเหลือ

LEARN MORE ABOUT THE STD TEST SERVICE

คำถามที่พบบ่อย

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD/STI) คืออะไร?

STD ย่อมาจาก sexually transmitted disease หมายถึงโรคที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ส่วน STI ย่อมาจาก sexually transmitted infection หมายถึงการติดเชื้อที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใดบ้างที่สามารถตรวจด้วยการตรวจเลือดได้?

HIV, ไวรัสตับอักเสบบี, ไวรัสตับอักเสบซี, เริม และซิฟิลิส สามารถตรวจได้ด้วยการตรวจเลือด

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใดบ้างที่ตรวจได้ด้วยปัสสาวะหรือสารคัดหลั่ง (swab)?

การตรวจ STI-14 PCR DNA Multiplex ด้วยตัวอย่างปัสสาวะหรือสารคัดหลั่ง จะคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 14 ชนิด ได้แก่ Chlamydia trachomatis, Neisseria gonorrhoeae, Trichomonas vaginalis, Mycoplasma genitalium, Ureaplasma urealyticum, Ureaplasma parvum, Herpes simplex virus 1 (HSV-1), Herpes simplex virus 2 (HSV-2), Human papillomavirus (HPV) 16, HPV 18, Haemophilus ducreyi, Treponema pallidum (ซิฟิลิส), Mycoplasma hominis, และ Gardnerella vaginalis โดยแนะนำให้ใช้ตัวอย่างแบบ swab เป็นพิเศษสำหรับการตรวจ HPV PCR

ใช้เวลานานเท่าใดจึงจะทราบผลการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์?

ระยะเวลาการทราบผลขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจและสถานที่ตรวจ บางการตรวจสามารถทราบผลได้ภายใน 15 นาที ขณะที่บางรายการอาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์

จะเข้ารับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างไร?

ท่านสามารถเข้ารับการตรวจได้ที่สถานพยาบาล คลินิก หรือหน่วยงานสาธารณสุข และบางโรคสามารถตรวจได้ที่บ้านด้วยชุดตรวจ

หากผลตรวจเป็นบวกจะเกิดอะไรขึ้น?

หากผลตรวจเป็นบวก ที่ปรึกษาของเราสามารถจัดให้มีการพบแพทย์โดยตรง หรือการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน MedEx Neo Clinic และเครือข่ายผู้ให้บริการทางการแพทย์ เพื่อให้ท่านได้รับการดูแลรักษา การรักษา และคำแนะนำทางการแพทย์ที่เหมาะสม

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์?

ก่อนเข้ารับการตรวจ ควรงดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ดื่มน้ำมาก ๆ และหลีกเลี่ยงการปัสสาวะอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเก็บตัวอย่างปัสสาวะ เพื่อช่วยให้ผลการตรวจมีความแม่นยำสูงที่สุด

ควรเข้ารับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บ่อยเพียงใด?

ความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมทางเพศและความเสี่ยงในการติดเชื้อ แนะนำให้เข้ารับการตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำ และควรตรวจบ่อยขึ้นหากมีคู่นอนหลายคน มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือมีประวัติเคยติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Sexually Transmitted Infections & Diseases

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เอกสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการติดเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เรียนรู้เกี่ยวกับอาการ ความเสี่ยง และการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสุขภาพทางเพศ เราตระหนักถึงความสำคัญของการได้รับข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการติดเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าท่านจะมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ การทราบสถานะสุขภาพของตนเองและดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสุขภาพถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

เหตุใดจึงควรเข้ารับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์?

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิดไม่มีอาการที่เห็นได้ชัด ซึ่งหมายความว่าท่านอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว หากไม่ได้รับการรักษา โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น ภาวะมีบุตรยาก มะเร็ง และแม้กระทั่งการเสียชีวิต

เครือข่าย MedEx ให้บริการตรวจสุขภาพทางเพศอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้ท่านสามารถควบคุมและดูแลสุขภาพทางเพศของตนเอง การตรวจของเรารวดเร็ว เป็นความลับ และมีความแม่นยำ ช่วยให้ท่านมีความมั่นใจและข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจด้านสุขภาพอย่างมีข้อมูลครบถ้วน

ประเภทของการตรวจสุขภาพทางเพศ

ผู้ให้บริการในเครือข่ายของเรามีบริการตรวจสุขภาพทางเพศหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของท่าน ตัวอย่างการตรวจที่พบบ่อย ได้แก่

  1. การตรวจเลือด ใช้เพื่อตรวจหาการติดเชื้อที่แพร่ผ่านกระแสเลือด เช่น HIV, ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ
  2. การตรวจปัสสาวะ ใช้เพื่อตรวจหาการติดเชื้อที่แพร่ผ่านของเหลวในร่างกาย เช่น หนองในแท้และหนองในเทียม
  3. การตรวจด้วยสารคัดหลั่ง (Swab) – ใช้เพื่อตรวจหาการติดเชื้อที่แพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนัง เช่น เริมอวัยวะเพศและไวรัส HPV
  4. การตรวจร่างกาย ช่วยตรวจพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีอาการแสดง เช่น หูดที่อวัยวะเพศหรือแผลบริเวณอวัยวะเพศ

ความสำคัญของการรักษาเป็นส่วนตัวของคนไข้

ที่ MedEx เราเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนของการตรวจสุขภาพทางเพศ จึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความลับในทุกบริการ เราจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสำหรับการตรวจ และผลการตรวจทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับอย่างเคร่งครัด

ทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในเครือข่ายของเราจะทำงานร่วมกับท่านเพื่อกำหนดการตรวจที่เหมาะสมกับความต้องการของท่าน และจะแนะนำท่านตลอดกระบวนการตรวจตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด

หากผลการตรวจเป็นบวก แพทย์ของเราจะทำงานร่วมกับท่านเพื่อให้การรักษาที่จำเป็น พร้อมทั้งช่วยป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อไปยังผู้อื่น

การเข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สามารถตรวจพบและรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพในระยะยาว

หนองในเทียมคืออะไร?
หนองในเทียมเป็นการติดเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis โดยแพร่กระจายหลักผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปากกับคู่นอนที่ติดเชื้อ และสามารถถ่ายทอดจากมารดาที่ติดเชื้อไปสู่ทารกในระหว่างการคลอดได้

อาการของหนองในเทียมคืออะไร?
ผู้ที่ติดเชื้อหนองในเทียมจำนวนมากมักไม่มีอาการ ดังนั้นจึงบางครั้งเรียกว่า “การติดเชื้อแบบเงียบ” อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีอาการควรตระหนักว่าอาการอาจเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือภาวะอื่น ๆ ได้

ผู้หญิงอาจมีตกขาวผิดปกติสีเหลือง เจ็บหรือแสบขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือนหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ ปวดท้องน้อย หรือปวดอุ้งเชิงกราน

ผู้ชายอาจมีสารคัดหลั่งผิดปกติ ปวดหรือบวมที่อัณฑะ และรู้สึกแสบขณะปัสสาวะ

ในผู้ชาย หนองในเทียมอาจทำให้เกิดภาวะหลอดเก็บอสุจิอักเสบ (epididymitis) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก

ทารกแรกเกิดที่สัมผัสเชื้อหนองในเทียมระหว่างคลอด อาจเกิดภาวะข้ออักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ ปอดอักเสบ และการติดเชื้อที่ดวงตา

การวินิจฉัยและการรักษาหนองในเทียมทำอย่างไร?
หนองในเทียมสามารถวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจปัสสาวะ การเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศหรือทวารหนัก หรือการเก็บตัวอย่างจากลำคอ แนะนำให้ตรวจสำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีคู่นอนหลายคนหรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน

การรักษาทำได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ผู้ป่วยและคู่นอนควรรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบตามแพทย์สั่ง และควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าการรักษาจะเสร็จสิ้น

เหตุใดจึงไม่ควรปล่อยให้หนองในเทียมไม่ได้รับการรักษา?
หากปล่อยให้หนองในเทียมไม่ได้รับการรักษา จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ รวมถึง HIV

ในผู้หญิง หนองในเทียมที่ไม่ได้รับการรักษาอาจพัฒนาเป็นโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ (pelvic inflammatory disease, PID) ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ภาวะมีบุตรยาก และการตั้งครรภ์นอกมดลูก

จะหลีกเลี่ยงและป้องกันหนองในเทียมได้อย่างไร?
หนองในเทียมเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยซึ่งส่งผลต่อทั้งผู้ชายและผู้หญิง มาตรการป้องกัน ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย การใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอและถูกต้อง การตรวจคัดกรองเป็นประจำ การจำกัดจำนวนคู่นอน การหลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด และการปรึกษาผู้ให้บริการทางการแพทย์
หนองในคืออะไร?
หนองในเป็นการติดเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae โดยสามารถติดเชื้อได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง และแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ รวมถึงทางช่องคลอด ทางทวารหนัก และทางปาก นอกจากนี้ ยังสามารถถ่ายทอดจากหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไปสู่ทารกในระหว่างการคลอดได้

อาการของหนองในคืออะไร?
หนองในอาจไม่ก่อให้เกิดอาการในบางคน แต่อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เจ็บหรือแสบขณะปัสสาวะ มีสารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศชายหรือช่องคลอด เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ และปวดท้อง อาการอาจปรากฏภายในไม่กี่วันหรือหลายสัปดาห์หลังจากติดเชื้อ

การวินิจฉัยและการรักษาหนองในทำอย่างไร?
หนองในสามารถวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการจากตัวอย่างปัสสาวะ สารคัดหลั่งจากช่องคลอด อวัยวะเพศชาย หรือทวารหนัก หนองในสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ โดยทั่วไปอาจใช้ยาฉีดเพียงครั้งเดียวหรือยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน

สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยต้องรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบตามที่แพทย์สั่งเพื่อให้เชื้อถูกกำจัดอย่างสมบูรณ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ แนะนำให้งดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังจากเสร็จสิ้นการรักษา

จะเกิดอะไรขึ้นหากหนองในไม่ได้รับการรักษา?
หากปล่อยให้หนองในไม่ได้รับการรักษา จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ รวมถึง HIV

ในผู้หญิง หนองในที่ไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease, PID) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยากถาวรและการตั้งครรภ์นอกมดลูกที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

หญิงตั้งครรภ์ที่ติดหนองในมีความเสี่ยงสูงต่อการแท้งบุตร การติดเชื้อในถุงน้ำคร่ำและน้ำคร่ำ และการคลอดก่อนกำหนด

แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหนองในสามารถถ่ายทอดจากมารดาสู่ทารกในระหว่างการคลอด ซึ่งอาจทำให้ทารกเกิดการติดเชื้อที่ดวงตาและอาจนำไปสู่ภาวะตาบอดได้

ในผู้ชาย หนองในสามารถแพร่ไปยังหลอดเก็บอสุจิ ทำให้เกิดภาวะหลอดเก็บอสุจิอักเสบและปวดอัณฑะ งานวิจัยบางฉบับยังชี้ว่าการติดเชื้อหนองในอาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

จะหลีกเลี่ยงและป้องกันหนองในได้อย่างไร?
หนองในสามารถป้องกันได้ด้วยการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย การใช้ถุงยางอนามัย และการจำกัดจำนวนคู่นอน การตรวจคัดกรองเป็นประจำ รวมถึงการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ จะช่วยให้สามารถตรวจพบและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น นอกจากนี้ แนะนำให้ตรวจหนองในเป็นประจำเพื่อการตรวจพบและรักษาในระยะเริ่มต้น
ซิฟิลิสคืออะไร?
ซิฟิลิสเป็นการติดเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย Treponema pallidum โดยแพร่กระจายหลักผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีการติดเชื้ออยู่ โดยมักเกิดจากการสัมผัสกับแผลหรือผื่นบนผิวหนังหรือเยื่อเมือก แผลสามารถปรากฏที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือปาก และสามารถแพร่เชื้อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ทางทวารหนัก ทางช่องคลอด หรือการสัมผัสอวัยวะเพศ

อาการของซิฟิลิสคืออะไร?
ซิฟิลิสอาจไม่มีอาการเป็นเวลาหลายปี และพัฒนาเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะปฐมภูมิ ระยะทุติยภูมิ ระยะแฝง และระยะตติยภูมิ

อาการในระยะปฐมภูมิจะมีแผลที่ไม่เจ็บปวด (แต่ไม่เสมอไป) หากไม่ได้รับการรักษาจะเข้าสู่ระยะทุติยภูมิ ซึ่งมีอาการ เช่น ผื่น ไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ น้ำหนักลด และอ่อนเพลีย

ในระยะแฝงจะไม่มีอาการที่ชัดเจน และหากไม่ได้รับการรักษา ซิฟิลิสอาจพัฒนาไปสู่ระยะตติยภูมิ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะ เช่น หัวใจ สมอง ระบบประสาท และอวัยวะอื่น ๆ และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

จะหลีกเลี่ยงซิฟิลิสได้อย่างไร?
เพื่อป้องกันซิฟิลิส แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยโดยใช้การป้องกัน จำกัดจำนวนคู่นอน และมีความสัมพันธ์แบบคู่เดียวในระยะยาวกับคู่ที่ได้รับการตรวจและยืนยันว่าไม่มีซิฟิลิส

เช่นเดียวกัน ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์และอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ควรตรวจซิฟิลิสเป็นประจำ
  • ชายรักร่วมเพศหรือผู้ที่เป็นไบเซ็กชวล
  • ผู้ที่ติดเชื้อ HIV
  • ผู้ที่ใช้ยา PrEP (การป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ) เพื่อป้องกัน HIV
  • ผู้ที่มีคู่นอนซึ่งตรวจพบว่าติดเชื้อซิฟิลิส
ซิฟิลิสตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างไร?
ซิฟิลิสสามารถตรวจได้ด้วยการตรวจเลือด และบางครั้งอาจใช้การเก็บตัวอย่างจากแผลหรือผื่นเพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย

ซิฟิลิสสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะครบคอร์ส โดยทั่วไปใช้เพนิซิลลิน ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาการติดเชื้อ

จะเกิดอะไรขึ้นหากซิฟิลิสไม่ได้รับการรักษา?
หากปล่อยให้ซิฟิลิสไม่ได้รับการรักษา จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ รวมถึง HIV บางครั้งอาจพัฒนาไปผ่านทั้ง 4 ระยะของโรค ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนด้านสุขภาพหลายประการ และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตในระยะสุดท้าย

หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้ออาจแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด หรือทารกเสียชีวิตได้ และยังสามารถถ่ายทอดซิฟิลิสไปยังทารกแรกเกิด ซึ่งเรียกว่า “ซิฟิลิสแต่กำเนิด” (congenital syphilis)
เริมคืออะไร?
เริมเป็นการติดเชื้อไวรัสที่เกิดจากไวรัสเริมซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex virus, HSV) โดยมี 2 ชนิดหลัก ได้แก่ HSV-1 และ HSV-2 โดยทั่วไป HSV-1 มักทำให้เกิดเริมที่ปากหรือแผลร้อนในบริเวณปาก ส่วน HSV-2 มักทำให้เกิดเริมที่อวัยวะเพศ แต่ทั้งสองชนิดสามารถทำให้เกิดเริมทั้งในช่องปากและอวัยวะเพศได้ เริมแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับไวรัส มักผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนังระหว่างกิจกรรมทางเพศ หรือจากการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน

อาการของเริมคืออะไร?
อาการของเริมแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของการติดเชื้อ และขึ้นอยู่กับว่าเป็นการติดเชื้อครั้งแรกหรือการกลับมาเป็นซ้ำ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ตุ่มน้ำหรือแผลพุพอง อาการคัน แสบร้อนหรือรู้สึกเสียวซ่า อาการคล้ายไข้หวัด และอาการเจ็บหรือไม่สบายขณะปัสสาวะ

ควรทราบว่าบางคนอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจนไม่สังเกตเห็น และอาการอาจไม่ปรากฏจนกว่าจะผ่านไปหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนหลังติดเชื้อ

เริมตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างไร?
เริมสามารถตรวจวินิจฉัยได้โดยการตรวจร่างกายและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ แม้จะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ยาต้านไวรัสสามารถช่วยควบคุมอาการและลดความถี่ของการกลับมาเป็นซ้ำได้

ควรสื่อสารกับคู่นอนอย่างเปิดเผย และปรึกษาผู้ให้บริการด้านสุขภาพเพื่อจัดการอาการเริม ทั้งนี้ เริมสามารถแพร่เชื้อได้แม้ไม่มีอาการที่มองเห็นได้

ทำไมไม่ควรปล่อยเริมโดยไม่รักษา?
แม้เริมอาจไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดตุ่มหรือแผลที่เจ็บปวดซ้ำ ๆ เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ รวมถึง HIV และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์

จะหลีกเลี่ยงและป้องกันเริมได้อย่างไร?
เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันเริม ควรมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีอาการกำเริบ จำกัดจำนวนคู่นอน รักษาสุขอนามัยที่ดี จัดการความเครียด และหลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน

ควรทราบว่าเริมยังสามารถติดเชื้อได้แม้มีมาตรการป้องกัน ดังนั้น การเข้ารับการตรวจและพบแพทย์เมื่อมีความเสี่ยงหรือมีอาการจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
HPV คืออะไร?
HPV ย่อมาจาก Human Papillomavirus ซึ่งเป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย มีไวรัส HPV มากกว่า 100 ชนิด โดยบางสายพันธุ์สามารถทำให้เกิดหูดที่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงบริเวณอวัยวะเพศ ขณะที่บางสายพันธุ์สามารถก่อให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง HPV แพร่กระจายผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนัง รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ และสามารถติดเชื้อได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง

อาการของ HPV คืออะไร?
การติดเชื้อ HPV มักไม่แสดงอาการและสามารถหายได้เอง แต่บางสายพันธุ์สามารถทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศ หรือพัฒนาไปเป็นมะเร็งบางชนิดได้ อาการของ HPV อาจรวมถึง หูดที่อวัยวะเพศ ผลการตรวจ Pap smear ผิดปกติ และอาการของมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งชนิดอื่น เช่น เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ปวดเชิงกราน และปวดขณะมีเพศสัมพันธ์

การตรวจสุขภาพและการคัดกรองอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญในการตรวจพบและรักษาภาวะที่เกี่ยวข้องกับ HPV ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เนื่องจากผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ

HPV ตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างไร?
HPV สามารถตรวจวินิจฉัยได้โดยการตรวจด้วยสายตา การตรวจ Pap test และการตรวจ HPV test การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของ HPV และอาการที่เกิดขึ้น อาจรวมถึงการรักษาเฉพาะที่ การจี้เย็น (cryotherapy) การผ่าตัด และการฉีดวัคซีน HPV

ควรทราบว่าการรักษาไม่สามารถกำจัดไวรัสได้ทั้งหมด แต่สามารถช่วยควบคุมอาการและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้ การติดตามและดูแลโดยผู้ให้บริการด้านสุขภาพมีความสำคัญสำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ HPV

ทำไมไม่ควรปล่อยให้ HPV ไม่ได้รับการรักษา?
HPV อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหากไม่ได้รับการรักษา เช่น มะเร็ง หูดที่อวัยวะเพศ และความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติมได้ HPV มีการแพร่เชื้อได้ง่าย และสามารถแพร่ไปยังคู่นอนทางเพศได้แม้ไม่มีอาการที่มองเห็นได้

จะหลีกเลี่ยงและป้องกัน HPV ได้อย่างไร?
เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกัน HPV ควรรับวัคซีน HPV มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย จำกัดจำนวนคู่นอน รักษาสุขอนามัยที่ดี และเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ วัคซีน HPV สามารถฉีดได้ในผู้ที่มีอายุระหว่าง 9–45 ปี และสามารถป้องกัน HPV บางสายพันธุ์ได้

ถุงยางอนามัยหรือแผ่นป้องกันช่องปาก (dental dam) สามารถลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ HPV ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด เนื่องจาก HPV สามารถแพร่ผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนัง

การลดจำนวนคู่นอน และการรักษาบริเวณอวัยวะเพศให้สะอาดและแห้ง สามารถช่วยลดการแพร่กระจายของ HPV ได้ การตรวจ Pap test และการตรวจ HPV อย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญต่อการตรวจพบและรักษาในระยะเริ่มต้น
หูดที่อวัยวะเพศคืออะไร? หูดที่อวัยวะเพศเป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมาไวรัส (HPV) ลักษณะเป็นติ่งหรือปุ่มเนื้อขนาดเล็ก สีเนื้อหรือสีเทา ที่ปรากฏบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือปาก หูดที่อวัยวะเพศอาจทำให้เกิดความไม่สบาย คัน หรือมีเลือดออก โดยทั่วไปแพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจด้วยสายตา สามารถรักษาได้ด้วยยาทาภายนอก การจี้เย็น (cryotherapy) หรือการผ่าตัดเอาออก ควรทราบว่าหูดที่อวัยวะเพศสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิดได้ รวมถึงมะเร็งปากมดลูก มะเร็งอวัยวะเพศชาย และมะเร็งทวารหนัก อาการของหูดที่อวัยวะเพศคืออะไร? อาการของหูดที่อวัยวะเพศ ได้แก่
  • ติ่งหรือปุ่มเนื้อขนาดเล็ก สีเนื้อหรือสีเทา บริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือปาก
  • กลุ่มหูดที่จับตัวกันเป็นก้อนคล้ายดอกกะหล่ำ
  • อาการคัน ความไม่สบาย หรือปวดบริเวณที่ติดเชื้อ
  • มีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์หรือระหว่างการตรวจภายใน
ควรทราบว่าบางคนที่มีหูดที่อวัยวะเพศอาจไม่มีอาการใด ๆ และอาจไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ หูดที่อวัยวะเพศตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างไร? หูดที่อวัยวะเพศจะถูกวินิจฉัยโดยการตรวจด้วยสายตาโดยผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และในบางกรณีอาจมีการตัดชิ้นเนื้อหรือส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการวินิจฉัย วิธีการรักษาหูดที่อวัยวะเพศ ได้แก่ ยาทาภายนอก การจี้เย็น และการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม การรักษาไม่สามารถกำจัดไวรัสที่เป็นสาเหตุของหูดได้ทั้งหมด ดังนั้นหูดอาจกลับมาเกิดซ้ำได้ในอนาคต ทำไมไม่ควรละเลยการรักษาหูดที่อวัยวะเพศ? การละเลยการรักษาหูดที่อวัยวะเพศอาจทำให้เกิดความไม่สบายทางร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือมะเร็งบางชนิด ดังนั้นหากสงสัยว่าติดเชื้อหรือได้รับการวินิจฉัยแล้ว ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม วิธีป้องกันหูดที่อวัยวะเพศ แนวทางในการป้องกันหูดที่อวัยวะเพศ ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย การฉีดวัคซีนป้องกัน HPV การจำกัดจำนวนคู่นอน และการดูแลสุขอนามัยที่ดี อย่างไรก็ตาม แม้จะป้องกันอย่างเหมาะสมก็ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ หากมีอาการหรือมีความเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อความมั่นใจ
4.3
Based on 240 Reviews
google

good service. with attention and care.

google

I have no words, they saved us

דור בנינו December 11, 2024
google

Fast results , polite , clean , fair price

Abdullah Barsa July 10, 2025
google

The staff were helpful and the process was smooth . Results and documents were provided as requested. Very professional

Pierre-Louis B November 28, 2025
google

Best clinic in Bangkok. I have been there two times and one time they helped me organize a visit in another hospital without any fees! The best! Highly recommended

Alberto July 8, 2025
google

Fast and efficient clinic, great service from Flor

Jack Dover October 5, 2025
google

MedEx was very efficient and they were quick to respond to my messages. The test results were very detailed and well organized in the final report. A doctor video called me and went over all my test results. My experience with MedEx was as good as anything I experienced dealing with many specialists in the USA Thanks!

Tracy Rasco February 27, 2025
google

I sent a query via WhatsApp regarding a ongoing medical issue and needed a quick checkup, They responded instantly to confirm they could help and did so that evening.

rhys taylor January 14, 2025
google

They are open day everyday and would recommend for anyone looking for English staff and good customer service.

Navrin Narula July 13, 2025

Keywords: std คือ, sti คือ, hiv คือ, herepes คือ, gonorrhea คือ, chlamydia คือ, ตรวจ hiv, โรค hiv, ตรวจเลือด hiv, การ ติด เชื้อ hiv, STD Test Bangkok,  STD Test Pattaya, STD Test Phuket, STD Test Chiang Mai, STD Test Koh Samui, STD Test Krabi, STD Test Patong, STD Testing Bangkok, STD Testing Phuket, STD Testing Pattaya, STD Test Sukhumvit, STD Test Silom, STD Test Nana, STD Test Patong, STI Test Bangkok,  STI Test Pattaya, STI Test Phuket, STI Test Chiang Mai, STI Test Koh Samui, STI Test Krabi, STI Test Patong, STI Testing Bangkok, STI Testing Phuket, STI Testing Pattaya, HIV Combo, STI Test Sukhumvit, STI Test Silom, STI Test Nana, STI Test Patong, HIV Test Bangkok,  HIV Test Pattaya, HIV Test Phuket, HIV Test Chiang Mai, HIV Test Koh Samui, HIV Test Krabi, HIV Test Patong, HIV Testing Bangkok, HIV Testing Phuket, HIV Testing Pattaya, HIV Combo, HIV Test Sukhumvit, HIV Test Silom, HIV Test Nana, HIV Test Patong, HIV DNA PCR, HIV Early Detection, STD Test Panel, STD Test Panel Bangkok, STD Test Panel Phuket, Gonorrhea Test Bangkok, Chlamydia Test Bangkok, Herpes Test Bangkok, Herpes 1, Herpes 2, Hepatitis A, Hepatitis B, Hepatitis C, STD Package, STD Test Package, STDs Test, STIs Test Package, STD Set, STI Set, Syphilis Test

จองคำปรึกษาของคุณวันนี้

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณ เลือกช่องทางที่สะดวก แล้วติดต่อเราได้ทันที — เรายินดีดูแลคุณเสมอ

Contact MedEx Thailand
พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ · ทุกวันจันทร์–อาทิตย์ เวลา 6:30 น. – 22:00 น.
Added to cart successfully! VIEW CART